ดูแลผิวไม่ให้หมองคล้ำด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

ปัญหาผิวหมองคล้ำกับสภาพอากาศเมืองไทย
ปัญหาผิวหมองคล้ำกับคนไทย คงเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงกันไม่ได้ ด้วยสภาพของเมืองไทยที่ต้องบอกเลยว่า เดินไปทางไหนก็เจอแต่แสงแดด ซึ่งเป็นตัวร้ายในการทำให้ผิวหมองคล้ำเป็นอย่างมาก เพราะในแสงแดดมีทั้งรังสี UVA และ UVB ที่มีผลต่อผิวโดยตรง และการโดนรังสีเหล่านี้เป็นระยะเวลานานหรือเพียงสั้นๆ อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำได้ แล้วจะทำอย่างไรดี?
ปัญหาผิวหมองคล้ำ แก้แค่ทากันแดดพอไหม?
คำตอบสำหรับคำถามดังกล่าว หากเป็นคนทั่ว ๆ ไปก็คงจะบอกว่า หาครีมกันแดดมาทาสิ แต่อยากจะบอกว่า เพียงแค่ครีมกันแดดอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ผิวดูคล้ำเสียไปแล้ว จึงควรดูแลผิวด้วยวิธีอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การเลือกใช้ครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิว ทั้งนี้ การเลือกผลิตภัณฑ์ควรพิจารณาความอ่อนโยนและความเหมาะสมกับผิวของแต่ละคนด้วย แล้วจะทำอย่างไรดี?
ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
เราอยากบอกว่า ให้คุณดูแลผิวจากภายใน เพราะการดูแลแบบองค์รวมมักช่วยให้ผิวดูดีขึ้นได้ในระยะยาว โดยแนวทางหนึ่งคือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว และหนึ่งในอาหารที่เราอยากแนะนำให้คุณรับประทานเพื่อดูแลผิวไม่ให้ดูหมองคล้ำก็คือ องุ่น หรือสารสกัดจากองุ่น อาทิ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่ได้รับความสนใจในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
สารสำคัญในองุ่นและเมล็ดองุ่น
มีการวิจัยเกี่ยวกับองุ่น เปลือกและเมล็ดขององุ่น มีการค้นพบว่า มันมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ฟลาโวนอยด์ หรือที่เรียกในอีกชื่อว่า โปรแอนโธไซยานิน ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ซุปเปอร์แอนตี้ออกซิเดนท์ เพราะว่ามันมีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระที่สูงมาก โดยมากกว่าวิตามินซี 20 เท่า และ วิตามินอี 50 เท่าเลยทีเดียว หมายความว่ามันสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอนุมูลอิสระที่ส่งผลทำให้ผิวหมองคล้ำ
ทำไมสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจึงเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวหมองคล้ำ
นอกจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระแล้ว สารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย ซึ่งหลายคนก็ทราบกันอยู่แล้วว่า คอลลาเจน นั้นมีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของความขาวของผิว
ด้วยเหตุนี้ การรับประทานองุ่นหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นส่วนประกอบ จึงเป็นอีกตัวช่วยสำหรับคนที่อยากดูแลผิวให้ดูสม่ำเสมอ ไม่หมองคล้ำ และดูสุขภาพดี หรือคนที่อยากฟื้นบำรุงผิวให้ดูสดใสขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านโภชนาการและการดูแลผิว ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีปัญหาผิวหรือการแพ้ระคายเคือง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ



