สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed) วิตามินบำรุงผิวสวย ตัวช่วยสาวยุคใหม่

สำหรับสาว ๆ ยุคใหม่ต้องยอมรับว่า การทำงานนอกบ้านและการดูแลตัวเองไปพร้อมกันเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะกลุ่ม Working Women ที่มีเวลาจำกัด ทั้งสุขภาพ เสื้อผ้า หน้าผม และภาพลักษณ์ที่ต้องดูดีอยู่เสมอ เพราะบุคลิกภาพที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือในการพบปะลูกค้าหรือเข้าประชุมงานต่างๆ ทำให้หลายคนเลือกใช้ วิตามินบำรุงผิว เป็นตัวช่วยเสริมที่สะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ
สาวๆ หลายคนเริ่มพึ่งพาวิตามินเสริมมากขึ้น เพราะใช้ง่าย หาซื้อสะดวก และตอบโจทย์การดูแลผิวจากภายใน วันนี้เรามี 2 ตัวช่วยยอดฮิตที่มักเลือกใช้ควบคู่กันมาแนะนำกันค่ะ
วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซีเป็นหนึ่งในวิตามินที่หลายคนคุ้นเคยดี มีอยู่ในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด ฝรั่ง แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกทานผลไม้ ก็สามารถรับประทานในรูปแบบเม็ดได้ เพราะวิตามินซีเป็นวิตามินละลายน้ำ ร่างกายสามารถขับออกได้เมื่อเกินความจำเป็น
วิตามินซียังถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของสกินแคร์หลายชนิด มีส่วนช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นในภาพรวม และช่วยดูแลเรื่องรอยหมองคล้ำร่วมกับการทาครีมกันแดดและการดูแลผิวอย่างเหมาะสม
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยยอดนิยมในกลุ่มวิตามินบำรุงผิว ในเมล็ดองุ่นมีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มักถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลผิวพรรณ
หลายคนเลือกทาน สารสกัดจากเมล็ดองุ่น คู่กับ วิตามินซี เพราะทั้งสองชนิดมักถูกกล่าวถึงว่าช่วยเสริมกันในการเสริมกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจนในผิว และเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวที่รู้สึกแห้งกร้านให้กลับมาดูสดใสขึ้นในภาพรวม
การเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้วิตามินทั้งสองชนิดเป็นตัวช่วยในการดูแลผิว สามารถรับประทานร่วมกันได้ โดยทั่วไปนิยมทานพร้อมอาหารเช้าหรือหลังอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น
- เลือกสารสกัดเมล็ดองุ่นที่มีความเข้มข้นของ OPCs ระดับ 90-95%
- ปริมาณแนะนำโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน (ขึ้นอยู่กับฉลากสินค้า)
- วิตามินซีที่นิยมรับประทานอยู่ที่ประมาณ 500 มิลลิกรัมต่อวัน
แต่อย่าลืมว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรทำร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้การดูแลผิวมีประสิทธิภาพอย่างสมดุล
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและการดูแลสุขภาพทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร*



