แชร์

ถั่งเฉ้าคืออะไร | ข้อมูลการศึกษาวิจัยและบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน

        ในยุคปัจจุบันของบ้านเราที่ผู้สูงวัยทั้งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนไม่น้อย ย่อมรู้จักสมุนไพรจีนโบราณ ถั่งเฉ้า ในแง่ของการดูแลสุขภาพและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้กับผู้ชาย จากข้อมูลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเซลล์ รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

การศึกษาถั่งเฉ้าในระดับการทดลอง

        แม้ว่าการศึกษาการใช้ถั่งเฉ้าในมนุษย์ ยังมีข้อจำกัดและต้องอาศัยงานวิจัยเพิ่มเติม แต่สำหรับการทดลองทางการแพทย์และชีววิทยา ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ. 2008 นักวิจัยพบว่าหนูทดลองที่มีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำ อันเนื่องเป็นผลมาจากได้รับเคมีบำบัดนั้น เมื่อได้รับสารสกัดจากถั่งเฉ้าทุกวันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ กลับพบว่าหนูทดลองมีปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัด

สารสำคัญในถั่งเฉ้าและการศึกษาทางเซลล์

        ในวารสาร Cancer Chemotherapy and Pharmacology ปีค.ศ. 2007 มีการตีพิมพ์เกี่ยวกับเรื่องเซลล์ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่าสารสำคัญที่มีชื่อว่า คอร์ดิเซปิน หรือ Cordycepin ที่พบในถั่งเฉ้านั้น มีผลต่อกระบวนการทำงานของเซลล์บางประเภท ในระดับห้องปฏิบัติการ

        ต่อมาในปี ค.ศ. 2009 นักวิทยาศาสตร์สามารถแยกสารสำคัญจากถั่งเฉ้าได้เพิ่มเติมอีก 2 ชนิด คือ gliocladicillins A และ B ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สารเหล่านี้มีผลต่อกระบวนการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์
ในระดับการทดลอง โดยกลไกเกี่ยวข้องกับการทำลายตัวเองของเซลล์ ทั้งนี้ยังเป็นข้อมูลจากการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การใช้เพื่อการรักษาในมนุษย์

ถั่งเฉ้าในงานวิจัยด้านการแพทย์

        มีรายงานข้อมูลจากศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan–Kettering Cancer Center (MSKCC) ที่กล่าวถึงการศึกษาถั่งเฉ้า ในแง่ของการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
และการดูแลร่างกายของผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาทางการแพทย์ โดยเป็นข้อมูลเชิงการศึกษาประกอบ ไม่ใช่การใช้แทนการรักษาหลัก

        รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ถั่งเฉ้าเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับบทบาทต่อเซลล์เม็ดเลือดขาว และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายต่อความผิดปกติของเซลล์ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

        อาจกล่าวได้ว่า ถั่งเฉ้าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจในแวดวงการวิจัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะในด้านการศึกษาระดับเซลล์และระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลอง และยังไม่สามารถใช้เป็นแนวทางการรักษาโรคในมนุษย์ได้ การนำมาใช้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือกำลังใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน*


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ