สารสกัดจากถั่วเหลือง ตัวช่วยดูแลระดับไขมัน LDL และคอเลสเตอรอลในเลือด

ไขมัน LDL หรือ Low Density Lipoprotein เป็นคอเลสเตอรอลชนิดหนึ่งที่พบในกระแสเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบ เนื่องจากไขมันชนิดนี้ มักจะเข้าไปเกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแข็ง เมื่อไขมัน LDL สะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่น และมีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง หรือสุขภาพหัวใจที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
อาหารที่มักเกี่ยวข้องกับการเพิ่มระดับไขมัน LDL
คอเลสเตอรอลที่หลายคนกังวล มักพบได้ในอาหารบางประเภท เช่น ขนมอบหรือเบเกอรี่ที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ ครีมเทียม คอฟฟีเมต อาหารทอด และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ซึ่งอาหารเหล่านี้อาจมีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ย่อยสลายในร่างกาย ดังนั้นการรับประทานไขมันทรานส์ในปริมาณมากและต่อเนื่อง จะทำให้ เอนไซม์ที่เผาผลาญคอเลสเตอรอลชนิดนี้ทำงานหนักขึ้น จนไม่สามารถย่อยไขมันทรานส์ได้เต็มประสิทธิภาพ ผลก็คือ ปริมาณ LDL เพิ่มขึ้นและสะสมในร่างกายนั่นเอง
เทคนิคดูแลระดับคอเลสเตอรอล
เทคนิคดูแลระดับคอเลสเตอรอลที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำได้หลายวิธีควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเสริมการเผาผลาญไขมันในร่างกายและลดไขมันในเลือด การเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุล โดยเน้นโปรตีนและผักให้มากขึ้น รวมถึงลดอาหารไขมันสูง
ตลอดจนการหันมารับประทานผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เนื่องจากถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลสมดุลของไขมันในเลือด รวมถึงขจัดคอเลสเตอรอลที่อยู่ในร่างกายอีกด้วย
ข้อมูลวิจัยที่เกี่ยวข้องกับถั่วเหลืองและคอเลสเตอรอล
ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โดยข้อมูลวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า สารอาหารที่อยู่ในถั่วเหลืองมีส่วนช่วยปรับปรับสมดุลระดับคอเลสเตอรอลในเลือด โดยพบว่กลุ่มผู้ทดลองที่ได้รับประทานโปรตีนจากถั่วเหลือง ในปริมาณวันละ 15 กรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีแนวโน้มระดับคอเลสเตอรอลรวมลดลง ขณะที่คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
งานวิจัยจาก Pennysylvania State University
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจาก Pennysylvania State University ที่พบว่าผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลือง อาจมีช่วยดูแลระดับไขมัน LDL ได้ดีกว่าแหล่งโปรตีนบางประเภท
ดังนั้น ถั่วเหลือง จึงถือว่าเป็นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสารอาหาร ที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านโภชนาการและการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรรับประทานอาหารให้หลากหลายและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม



