ผิวสวยใส ไร้ริ้วรอย ด้วยไลโคพีน (Lycopene) สารสกัดจากมะเขือเทศ

ผิวดูสวยใสและอ่อนเยาว์ด้วยไลโคพีน (Lycopene) สารสกัดจากมะเขือเทศ
ไลโคพีน (Lycopene) จัดเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของพืช สามารถละลายได้ในไขมัน และเป็นสารที่ช่วยให้ผักผลไม้มีสีแดง สีส้ม หรือสีเหลือง โดยไลโคพีนเป็นสารที่มีบทบาทด้านการดูแลสุขภาพในเชิงโภชนาการ และมักถูกกล่าวถึงในด้านการดูแลผิวพรรณและการชะลอความเสื่อมของเซลล์ เมื่อใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพโดยรวมที่เหมาะสม
แหล่งธรรมชาติที่มีไลโคพีน
เรามักจะพบไลโคพีนในผักผลไม้บางชนิดที่มีสีแดง สีส้ม และสีเหลือง เช่น มะเขือเทศ มะละกอสุก ผลโกจิเบอร์รี่ ผลฟักข้าว หรือแครอท เป็นต้น รวมถึงน้ำมะเขือเทศและซอสมะเขือเทศ ซึ่งในบางข้อมูลระบุว่า อาจมีปริมาณไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศสดที่ยังไม่ผ่านความร้อน เนื่องจากกระบวนการปรุงช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคพีนได้ดีขึ้นเมื่อรับประทานร่วมกับไขมันในปริมาณที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังมีการนำไลโคพีนมาสกัดและใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มดูแลสุขภาพและผิวพรรณ ที่มักสื่อสารในภาพลักษณ์ผิวดูกระจ่างใสและดูอ่อนเยาว์ โดยมีการกล่าวถึงว่า เมื่อรับประทานอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลผิวและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม อาจมีส่วนช่วยในการดูแลริ้วรอยจากวัยได้ในเชิงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ไลโคพีนกับการดูแลโครงสร้างผิว
ช่วยดูแลการสูญเสียคอลลาเจน
มีการศึกษาบางส่วนที่กล่าวถึงว่า ไลโคพีนมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่มีส่วนในการสลายคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโครงสร้างสำคัญในชั้นผิวหนัง เมื่อมีการสลายตัวมากเกินไป อาจส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยร่องลึกได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ไลโคพีนมักถูกพูดถึงในมุมของการช่วยดูแลความแข็งแรงของผิวในภาพรวม
ต่อต้านริ้วรอยและความเสื่อมของผิวก่อนวัย
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเกิดริ้วรอยหรือความเสื่อมของผิวก่อนวัย คือ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดด ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง มีข้อมูลบางส่วนระบุว่า ไลโคพีนในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ อาจมีส่วนช่วยลดผลกระทบบางประการจากรังสี UV ต่อเซลล์ผิวได้ และมักถูกกล่าวถึงในแง่การสนับสนุนกระบวนการฟื้นบำรุงผิว
อย่างไรก็ตาม ไลโคพีนไม่สามารถทดแทนครีมกันแดดหรือการป้องกันแสงแดดโดยตรงได้ จึงยังจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดร่วมกับการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และดูแลผิวด้วยวิธีอื่น ๆ ควบคู่กัน
ช่วยเสริมการทำงานระหว่างเซลล์
ไลโคพีนมีส่วนช่วยเสริมการทำงานร่วมกันของเซลล์ในร่างกายให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงเซลล์ผิวหนังที่อาจได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายใน เช่น สุขภาพโดยรวม และปัจจัยภายนอก เช่น อาหาร แสงแดด และมลภาวะ จึงทำให้ไลโคพีนมักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวช่วยด้านโภชนาการสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลให้ผิวพรรณดูสุขภาพดีและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
เสริมพลังในการต้านอนุมูลอิสระ
มีรายงานจากงานวิจัยบางส่วนระบุว่า ไลโคพีนมีศักยภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง โดยอนุมูลอิสระเองเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของเซลล์และการเกิดปัญหาสุขภาพบางประการ ไลโคพีนจึงมีส่วนช่วยเสริมแนวทางการดูแลเซลล์ให้แข็งแรงขึ้นในเชิงป้องกัน
ไลโคพีนสามารถเข้าไปรวมตัวอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์และมีบทบาทในการช่วยปกป้องความเสียหายจากกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidative stress) ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสถียรของเยื่อหุ้มเซลล์ การดูแลเยื่อหุ้มเซลล์ให้ทำงานได้ดี จึงถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของการดูแลสุขภาพระยะยาว
เพราะเยื่อหุ้มเซลล์มีหน้าที่ในการดูดซึมสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และช่วยป้องกันไม่ให้สารที่ไม่พึงประสงค์เข้าสู่เซลล์ได้ง่าย การใส่ใจโภชนาการที่สนับสนุนสุขภาพเซลล์ จึงมีส่วนช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณดูสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น
การดูแลผิวด้วยไลโคพีนอย่างสมดุล
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง หันมารับประทานมะเขือเทศและผักผลไม้ที่มีไลโคพีนกันมากขึ้น เพราะมองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้านโภชนาการสำหรับการดูแลผิวให้ดูสวย กระจ่างใส และอ่อนเยาว์ เมื่อผสานร่วมกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การทาครีมกันแดด การดูแลผิวอย่างเหมาะสม และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ไลโคพีนเป็นเพียงส่วนเสริมในการดูแลผิวและสุขภาพ ไม่สามารถใช้ทดแทนการรับประทานอาหารหลักหรือการรักษาทางการแพทย์ได้ และผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล*



