เพิ่มไฟให้วัยทำงาน ด้วยสารสกัดเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

เมื่อชีวิตการทำงานในทุกวันนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน หนทางสู่ความสำเร็จและความก้าวหน้าในชีวิต จึงต้องวัดกันที่คุณภาพของงาน การทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการทำงานอย่างต่อเนื่องอาจนำมาพร้อมกับความเครียด เราใช้งานสมองและร่างกายเกินขีดจำกัด จนทำให้หลายคนเกิดอาการเหนื่อยหน่ายกับงานที่ทำอยู่ รู้สึกหมดไฟทั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว หากร่างกายเหนื่อยมากเกินไป การพักผ่อนอย่างเหมาะสมและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการเลือกสารสกัดจากเมล็ดองุ่น อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีต่อการดูแลสุขภาพ
กระตุ้นสมองที่เหนื่อยล้า
อวัยวะส่วนที่ใช้สั่งการทำงานของร่างกายอย่างสมอง ทำงานหนักอยู่เสมอ ทั้งคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ เมื่อสมองล้าอาจเกิดภาวะคิดงานไม่ออกหรือรู้สึกตื้อได้ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีส่วนช่วยเสริมระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เลือดสามารถลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังสมองได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจช่วยให้สมองพร้อมรับมือกับงานและความเครียดได้ดีขึ้น
ปกป้องดวงตาจากการใช้คอมพิวเตอร์
ดวงตาเป็นอวัยวะที่เสื่อมได้ง่ายจากการใช้งานหนักในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือ โดยในสารสกัดเมล็ดองุ่นมีสาร OPCs ซึ่งเป็นสารในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ มีบทบาทเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยดูแลเซลล์ในร่างกาย รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอนุมูลอิสระ และช่วยให้ดวงตาได้รับการดูแลมากขึ้น
ประโยชน์จากผลไม้ที่ช่วยดูแลร่างกาย
สารสกัดเมล็ดองุ่นเป็นหนึ่งในแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยดูแลเซลล์ร่างกายที่ทำงานอย่างหนักในแต่ละวัน รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมระบบไหลเวียนโลหิต และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน ที่มักมีอาการปวดเมื่อย ขาบวม หรือรู้สึกอ่อนล้า การดูแลด้วยเมล็ดองุ่นอาจช่วยให้ร่างกายรู้สึกพร้อมขึ้น และช่วยให้มีพลังในการทำงานต่อได้อย่างเหมาะสม
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การทำงานของร่างกายอาจไม่เต็มที่เหมือนช่วงวัยเด็ก และเมื่อประกอบกับการใช้ร่างกายหนัก รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน อาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย การเลือกสารสกัดเมล็ดองุ่นมาช่วยดูแลจึงเหมาะกับวัยทำงาน ที่ต้องการการฟื้นฟูดูแลร่างกายควบคู่กับการพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมลุยงานในอนาคต
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและการดูแลสุขภาพทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร*



