บำรุงหัวใจ ด้วยสารสกัดจากเจียวกู่หลาน (Jiaogulan Extract)

สมุนไพรเจียวกู่หลาน ได้รับการรับรองและยอมรับให้เป็นสุดยอดสมุนไพรในปี 2548 ของกระทรวงสาธารณสุข และได้รับการรับรองว่าเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สามารถบำรุงสุขภาพได้หลายระบบ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท ระดับน้ำตาลในเลือด การอักเสบในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบรรทาตับจากอันตรายจากสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย
สารสกัดจากเจียวกู่หลาน ประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายชนิด โดยพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในปริมาณและความหลากหลายสูง ซึ่งมีการเปรียบเทียบว่าพบได้มากกว่าโสมประมาณ 27 เท่า และมีสารที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 82 ชนิด
เรียกได้ว่า ในปัจจุบันได้มีการค้นคว้าและวิจัยการใช้ประโยชน์ของสารสกัดเจียวกู่หลานต่อสุขภาพกันอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องว่า เป็นสุดยอดสมุนไพรแห่งชาติในปี 2548 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
สารสกัดจากเจียวกู่หลานช่วยดูแลหัวใจอย่างไร
สารสกัดจากเจียวกู่หลาน มีสารเคมีที่สำคัญกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า Gypenosides ที่มีส่วนช่วยป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด เสริมสร้างการขยายตัวของหลอดเลือดโดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตในภาวะปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดูแลสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณเส้นเลือดหัวใจอีกด้วย
สาร Gypenosides ที่พบในสารสกัดเจียวกู่หลานมีโครงสร้าง 4 ชนิดที่เหมือนกับโสม และมีอีก 17 ชนิด ที่มีลักษณะคล้ายกับโสม นอกจากนี้ปริมาณของสาร Gypenosides ที่มีอยู่ก็ยังมีมากกว่าอีด้เวย
นอกจากจะได้สาร Gypenosides ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว สารสกัดเจียวกู่หลานยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยดูแลเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย จากความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัยและปัจจัยแวดล้อม โดยการดูแลเซลล์ให้ทำงานได้อย่างสมดุล เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรรู้ในการเลือกบริโภคสารสกัดจากเจียวกู่หลาน
การดูแลสุขภาพหัวใจควรเป็นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน โดยการเลือกบริโภคสารสกัดจากเจียวกู่หลาน ควรใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม และควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยา ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร


