เจาะลึกสารสำคัญในเห็ดหลินจือ (Reishi) ที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพตับ

ปกติอวัยวะตับของคนเราสามารถฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นเพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น หากเกิดปัจจัยเสี่ยงมาก ๆ หรือเกิดโรคร้ายแรง อาจส่งผลกระทบต่อตับและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ที่สำคัญเลี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย
หลายคนอาจคาดไม่ถึงกับการทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้พารา หรือยารักษาวัณโรคบางชนิด อาจส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบ ไม่เพียงเท่านี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป และดื่มอยู่บ่อยครั้ง อาจเกิดผลเสียต่อความผิดปกติภายในร่างกาย และอาจกลายเป็นสาเหตุของภาวะตับอักเสบและเรื้อรังได้ ตลอดจนนำไปสู่เป็นโรคตับแข็งอีกด้วย
โรคตับอักเสบเรื้อรังเกิดจากอะไร
โรคตับอักเสบเรื้อรัง เกี่ยวเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือไวรัสตับอักเสบซี หากตับอักเสบระยะเวลานานหลายปี ก็จะกลายเป็นโรคตับแข็งในที่สุด อีกทั้ง ไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันทางเลือดและการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งโรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยแบบไม่รู้ตัว
สัญญาณอันตรายที่อาจบ่งบอกถึงโรคตับ
หากใครมีสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ควรตรวจสุขภาพ เพราะอาจเป็นอาการของโรคตับ
- ชอบง่วงนอนตอนกลางวัน และมีอาการอ่อนเพลียง่าย ส่วนตอนกลางคืนนอนหลับยาก
- มีอาการท้องร่วงหรืออุจจาระหยาบและไม่จับตัวเป็นก้อน
- เกิดความเครียด หงุดหงิดง่าย อารมณ์ฉุนเฉียวและตกใจง่าย
- บริเวณมุมปาก และริมฝีปากหมองคล้ำ ส่วนลิ้นจะออกสีม่วงคล้ำ ส่วนขอบลิ้นเหมือนมีรอยกดทับของฟัน
- มีอาการจุกอยู่ในคอหอย จนรู้สึกเบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อคล้ายอาหารไม่ย่อย
- หายใจไม่ค่อยเต็มท้องจึงต้องถอนหายใจบ่อยๆ
- ชอบปวดแน่นชายโครงเป็นบางครั้ง และมีอาการตึงเกร็งที่กล้ามเนื้อช่องท้อง หรือปวดท้องน้อยบ่อย หรือรู้สึกวูบวาบตรงช่วงอกบ่อยครั้ง
- ผิวตัว ผิวหน้าซีดเหลือง ไม่มีเลือดฝาดและมีฝ้าบนใบหน้า
เห็ดหลินจือกับการฟื้นฟูและบำรุงตับ
ปัจจุบันมีการนำสมุนไพรอย่างเห็ดหลินจือ มาใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการฟื้นฟูการทำงานของตับ กระตุ้นการเกิดเซลล์ใหม่แทนเซลล์ที่ตายไป และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด
ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ และเสริมสมดุลของร่างกาย
สารสำคัญในเห็ดหลินจือ
สารโพลีแซคคาไรด์ ในเห็ดหลินจือมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ปรับระบบการทำงานของตับให้ดีขึ้น อีกทั้งส่วนช่วยลดผลกระทบจากสารที่อาจเป็นอันตรายต่อเซลล์ตับ
นอกจากนี้ ภายในเห็ดหลินจือมีกรดลูซิเดนิก ซึ่งมีคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ เสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับตับ
ดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคตับ
แม้สมุนไพรอย่างเห็ดหลินจือ จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการดูแลเซลล์ตับและร่างกาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหมั่นดูแลตัวเอง เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง และมีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ*


