ไลโคพีนชะลอความเสื่อมของเซลล์ ห่างไกลมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนที่สนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คงคุ้นเคยหรือได้ยินสรรพคุณของสารไลโคพีน (Lycopene) กันบ่อย ๆ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส จึงทำให้ไลโคพีนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ครองใจสาว ๆ ในยุคนี้อย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ช่วยดูแลผิวพรรณแล้ว ไลโคพีนก็ยังมีคุณสมบัติเด่นต่อร่างกายอีกหลากหลายด้าน
ไลโคพีน (Lycopene) คืออะไร
ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มสารแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพตามวัย
อนุมูลอิสระเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของเซลล์ ทั้งในระบบภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ เมื่อร่างกายมีอนุมูลอิสระสะสมมากเกินไป อาจส่งผลให้ผิวดูหมองคล้ำ ผิวไม่สดใส และเกิดสัญญาณแห่งวัยได้ง่าย
ไลโคพีนกับการดูแลผิวพรรณ
ไลโคพีนมีส่วนช่วยดูแลผิวพรรณ โดยช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ และผิวดูไม่เรียบเนียน การได้รับไลโคพีนอย่างเหมาะสม จึงอาจช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง
และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวตามวัย
ไลโคพีนมีส่วนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชัน
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคไลโคพีนกับการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็ง หลอดอาหาร และมะเร็งปากมดลูก โดยารศึกษาทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่า บทบาทของไลโคพีนในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชัน
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่รายงานว่า การได้รับไลโคพีนอย่างเหมาะสมอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสมดุลของไขมันในเลือด เช่น การลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และสนับสนุนคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพองค์รวม และสุขภาพผิวพรรณในระยะยาว
งานวิจัยเกี่ยวกับไลโคพีนและโรคมะเร็ง
จากการศึกษาเชิงสังเกตและการทดลองทางคลินิกบางส่วน พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคอาหารที่มีไลโคพีน กับการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย โดยผลการสำรวจในปี ค.ศ. 2013 ระบุว่า ผู้ชายที่รับประทานมะเขือเทศสดหรือมะเขือเทศปรุงสุกเป็นประจำ มีแนวโน้มความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากต่ำกว่ากลุ่มที่รับประทานน้อย ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ได้
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพบางส่วนแนะนำให้ได้รับไลโคพีนจากแหล่งอาหารธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน สำหรับผู้ที่เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีไลโคพีน ควรรับประทานให้ได้ปริมาณ 5-10,000 ไลโคพีนต่อวัน สำหรับคนที่รับประทานอาหารเสริมไลโคพีนควรรับประทานตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทนการดูแลสุขภาพหรือการรักษาทางการแพทย์
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพและโภชนาการทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการรักษา ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานอาหารเสริม



