1 ชิ้น
   290.-
199.-
3 ชิ้น
   870.-
590.-
6 ชิ้น
   1,740.-
990.-

Hi-Balanz Vivid X-TRA Plus L-Carnitine 10 Caps.

แอลคาร์นิทีน สูตรพิเศษ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน ไม่ทำให้เกิด โยโย่ เอฟเฟค

 

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล

L-Carnitine L-Tartrate 400.00  mg.
Calcium Pyruvate   54.90  mg.
Vitamin B3   20.00  mg.
Coenzyme Q10   14.00  mg.
Citrus Bioflavonoids   10.00  mg.
Vitamin B6     2.00  mg.
Vitamin B1     1.38  mg.
Vitamin B2     1.22  mg.
Chromium Picolinate     0.50  mg.

 

 

น้ำหนัก  6 กรัม

ขนาด  10 แคปซูล

รับประทาน : วันละ 1-2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้า หรือก่อนออกกำลังกาย 15-30 นาที

คำเตือน : เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนรับประทาน

 

อย.เลขที่ 10-1-04741-1-0362

(0 review) 
฿199.-
ราคาปกติ   290.-
สั่งซื้อ
คุณจะได้รับ 9.95 คะแนน
การจัดส่งสินค้า
ช่องทางการชำระเงิน
รายละเอียด

Hi-Balanz Vivid X-TRA Plus L-Carnitine 10 Caps. 

แอลคาร์นิทีนสูตรพิเศษ ช่วยเร่งการเผลาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
ไม่ทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟค

 

อันตรายจากการกินยาลดความอ้วนการอดอาหารเพื่อลดความอ้วน แล้วทำไมถึงอ้วนขึ้น, Yo-Yo Effect คืออะไร

       ในร่างกายของมนุษย์เป็นกลไกที่ฉลาด เมื่อเราอดอาหารร่างกายก็จะคิดว่า เรากำลังจะอดตาย เพราะในร่างกายของมนุษย์ ไม่รู้ว่าเราอยากสวย อยากหล่อ หรืออยากลดไขมันส่วนเกิน กลไกทางธรรมชาติในร่างกายก็จะรีบเปลี่ยน น้ำตาล และ คาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันเร็วขึ้น(เพื่อใช้เป็นพลังงานสะสม เพราะไขมันให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนถึง 2 เท่า) พร้อมกับ ลดอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism - เมตาบอลิ ซึ่ม) ในร่างกายลง ในช่วงแรกของ การอดอาหารน้ำหนักจะลด แต่ส่วนที่ลดจะเป็นน้ำและมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย ไม่ใช่ไขมันสะสม เนื่องจากการใช้พลังงานเท่าเดิม แต่ร่างกายได้รับอาหารน้อยลง ทำให้ไขมันยังเท่าเดิม  

      การอดอาหารตลอดปีเพื่อลดความอ้วนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หลังจากอดอาหารมาสักระยะ อัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) จะลดลง การอดอาหารติดต่อกันนาน 12 ชั่วโมง อัตราการเผาผลาญจะลดลงถึง40% การกลับมาทานอาหารเหมือนเดิมอีกครั้ง จึงทำให้ อ้วนมากกว่าเดิม เช่น ถ้าทานข้าว 1 จาน ร่างกายจะเผาผลาญน้อยลง ส่วนที่ไม่ได้เผาผลาญจะเก็บไว้เป็นพลังงานสะสม (ไกลโคเจน) หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นไขมันสะสม

      การอดอาหารติดต่อกันนานๆให้ผลเช่นเดียวกับการ กินยาลดความอ้วน ซึ่งยาลดความอ้วนจะทำให้รู้สึก ใจสั่น คอแห้ง หิวน้ำ นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดง่าย หูแว่ว ประสาทสัมผัสเริ่มผิดเพี้ยน รับ ประทานอาหารได้น้อยลง หรือไม่หิวเลย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทานอะไรเลยก็ตาม หลังจากหยุดยาลดความอ้วน ระบบประสาทสั่งการเรื่องความหิวที่ถูกกดไว้มานานถูกปลดปล่อย พร้อมกับสูญเสียการควบคุมตัวเองเมื่อเห็นอาหารที่น่ารับประทาน การทานในปริมาณเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้อ้วนได้แล้ว เพราะระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายถูกทำให้ถดถอยจนอยู่ในระต่ำที่สุด เนื่องจากอดอาหารมานาน

การออกกำลังกาย แบ่งเป็น ประเภท คือ

          1. แอนาแอโรบิค Anaerobic คือการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญ พลังงาน เป็นการระเบิดพลังงานในเวลาสั้นๆ เช่น การเล่นเวทหรือ ยกน้ำหนัก (Weight Training) กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้จะเป็นมัดกล้ามเนื้อขาว ซึ่งจะระเบิดพลังงานสูงสุดในระยะเวลาสั้นๆ พลังงานที่เผาผลาญไม่ใช่ไขมัน แต่จะเป็นพลังงานสะสมที่ร่างกายเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและตับ (Glycogen-ไกลโคเจน) ในระยะยาวกล้ามเนื้อที่ใหญ่ ขึ้นจากการออกกำลังกายแบบ (Weight Training) จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แม้ขณะนั่งอยู่เฉยๆหรือนอนหลับ

          2. แอโรบิค Aerobic, คาร์ดิโอ Cardio คือ การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนช่วยใน การเผาผลาญไขมันไปใช้เป็นพลังงาน เป็นการออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 25 นาที เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กล้ามเนื้อที่ได้จากการออกกำลังกายประเภทนี้ คือ มัดกล้ามเนื้อแดง ซึ่งจะเน้นความทนทาน

การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกิน

หากเราต้องการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จะต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic), คาร์ดิโอ (Cardio) เช่น การ วิ่ง,ว่ายน้ำ,ปั่นจักรยาน ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที ขึ้นไป เพราะในนาทีที่ 1-25 ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานสะสมที่กล้ามเนื้อและตับ (ไกลโคเจน) หลังจากนาทีที่ 25 ร่างกายจะเริ่มนำไขมันมาเผาผลาญ การออกกำลังกายวันละ 10-15 นาที ไม่ช่วยเผาผลาญไขมัน หลายคนจึงเกิดการท้อแท้ เพราะออกกำลังกายไม่ถึง 30 นาที แล้วกลับไปรับประทานอาหารอย่างเต็มที่ โดยคิดว่าได้ลดไขมันไปบ้างแล้ว

คาร์ดิโอ Cardio คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันอย่างได้ผล การที่ร่างกายจะดึงไขมันมาเผาผลาญจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนช่วยในการเผาผลาญ เวลาเหายใจเข้าหัวใจก็มีหน้าที่สูบฉีดและส่งเลือดที่เป็นตัวนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกายเพื่อเผาผลาญไขมัน

คาร์ดิโอ Cardio คำนวณได้โดยใช้สูตร 220 - อายุ (ปี) = อัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate) ต่อนาทีสูงสุดที่ร่างกายรับได้

1. Low Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้มต่ำ โดย Target Heart Rate (THR) อยู่ ที่ 55% - 65% ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย

2. Medium Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นปานกลาง โดย THR อยู่ที่ 65% - 75% ตลอดระยะเวลาของการออกกำลังกาย

3. High Intensity - คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูง โดย THR อยู่ที่ 75% - 85% ตลอดระยะเวลาการออก กำลังกาย

4. Extra High Intensity – คาร์ดิโอแบบความเข้มข้นสูงที่ใช้เทคนิคการฝึก แบบพิเศษเข้าช่วย THR อยู่เหนือระดับ 85% ขึ้นเป็นช่วงๆ โดยทั่วไปจะให้ THR อยู่ ที่ 90% - 95% หรือมากกว่าจนเฉียด 100% ของ Maximum Heart Rate คาร์ดิโอชนิดพิเศษพวกนี้ทำได้ยากมาก เลยส่งผลให้สามารถทำได้ในระยะเวลาที่สั้นมากๆ คือตั้งแต่แค่ 4 - 15 นาทีเท่านั้น ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับสภาพความรุนแรงไม่ไหว

 

 

Hi-Balanz Tips 

  • การลดไขมันไม่เหมือนกับการลดน้ำหนัก ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องชั่งน้ำหนักทุกๆวัน
  • การลดเฉพาะไขมันเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5 Kg./สัปดาห์
  • การขับถ่ายบ่อยๆ ทำให้สูญเสียน้ำในร่างกาย และจะกลับมาใหม่เมื่อคุณดื่มน้ำ
  • การควบคุมน้ำหนัก ต้องลดเฉพาะส่วนที่เป็นไขมันเท่านั้น
  • น้ำหนักที่ลดลงเร็วส่วนใหญ่จะเป็นน้ำกับมวลกล้ามเนื้อใน ร่างกาย ไม่มีผลต่อการลดไขมัน
  • รับประทานอาหารให้น้อยกว่า พลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน
  • การรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ 4-5 ครั้ง/วัน จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น
  • ในขณะที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic) นานกว่า 30 นาที ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญไขมัน แต่ถ้าเราดื่มน้ำหวานร่างกายก็จะไปเผาผลาญกลูโคสแทน ในกรณีเดียวกันถ้าเราหยุดพักนานกว่า 4 นาที ร่างกายก็จะกลับไปเผาผลาญพลังงานสะสมแทน
  • กล้ามเนื้อจะช่วยเผาผลาญพลังงาน แม้ในขณะที่เรานั่งอยู่เฉยๆ หรือนอนหลับ

 

ส่วนประกอบใน 1 แคปซูล

L-Carnitine (แอลคาร์นิทีน)

จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ในร่างกายมาเผาผลาญในไมโตรคอนเดรีย (Mitochondria ทำ หน้าที่เปรียบเสมือน เตาเผาที่จะช่วยสร้างพลังงานให้กับเซลล์) ทำให้เกิดการนำไขมันสะสมไปใช้เป็นพลังงาน กำจัดไขมันส่วนเกินของร่างกาย รวมถึงไขมันสะสมในหลอดเลือด ช่วยเพิ่มคอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ HDL (High Density Lipoprotein) ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับที่เหมาะสม เหมาะสำหรับใช้ร่วมกับโปรแกรมการออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก กระชับกล้ามเนื้อ

Vitamin B1, B2, B3, B6 (วิตามินบี1, บี2, บี3, บี6)

ประกอบด้วย วิตามินบี 1, 2, 3, และ 6 ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญไขมัน โประตีน และคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงาน การ ทำงานของระบบประสาท การสังเคราะห์ฮอร์โมน สารสื่อประสาทและเอนไซม์ในร่างกาย วิตามินบีรวม จำเป็นต่อการเจริญเติบโต การทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อต่อมหมวกไต และเยื่อบุเนื้อเยื่ออ่อน

Calcium Pyruvate (แคลเซียม ไพรูเวท)

มีความสำคัญในกระบวนการสลายน้ำตาลกลูโคส (Glycolysis) เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน และช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งผ่านกลูโคสเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อ กระตุ้นการหายใจระดับเซลล์(Cellular Respiration) ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในกระบวนการยับยั้งการสังเคราะห์ไขมัน ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ L-Carnitine

Coenzyme Q-10 (โคเอนไซม์ คิว-10)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง ช่วยลดอนุมูลอิสระที่เกิดจากการออกกำลังกาย ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ที่กล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่เซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ป้องกันริ้วรอยและชะลอการแก่ก่อนวัย เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและเป็นตัวร่วมในกระบวนการหายใจ ระดับเซลล์ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นการสร้างโคเอนไซม์ คิว-10 ในร่างกายจะลดลง

Citrus Bioflavonoids (ซีทรัส ไบโอฟลาโวนอยด์)

เป็นสารต้านและป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เพิ่มการดูดซึมและประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซี (Vitamin C) กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดขนาดเล็ก ป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

Chromium Picolinate (โครเมียม พิโคลิเนต)

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน เพิ่มการนำกลูโคสในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เพิ่ม HDL (High Density Lipoprotein) และลด LDL (Low Density Lipoprotein) ช่วยไม่ให้คอเลสเตอรอลไปอุดตันในหลอดเลือดเป็นประโยชน์ต่อภาวะโรคหัวใจและหลอด เลือดหรือภาวะความดันโลหิตสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ ดึงเอาไขมันที่สะสมตามเนื้อเยื่อต่างๆ มาเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานได้

 

คำถามที่พบบ่อย Q&A (Questions & Answers)

 

Q: ไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน คืออะไร..?

A:  บริษัท ไฮบาลานซ์ จำกัด ได้ทำการศึกษาและวิจัยค้นคว้าจนทราบว่าการเผาผลาญไขมันในร่างกายทำงานกันอย่างเป็นระบบมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันหลายส่วน ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกาย ดังนั้น ไฮบาลานซ์ จึงคิดค้นสูตร วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน ที่ได้เพิ่มสารอาหารที่สอดคล้องกับระบบเผาผลาญในร่างกายและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอลคาร์นิทีน ทำให้ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น กลุ่มที่ช่วยเผาผลาญมี แอลคาร์นิทีน, แคลเซียม ไพรูเวท, วิตามินบี 1,2,3,6, โคเมี่ยม พิโคลิเนท และสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายนานต่อเนื่องครั้งละ 60 นาทีขึ้นไป จะเกิดอนุมูลอิสระจำนวนมากจนร่างกายขับออกไม่ทันทำให้ร่างกายดูโทรม (ร่างกายกระชับขึ้นจริง น้ำหนักลงจริง แต่ผิวเหี่ยว ผิวโทรม) จำเป็นต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระร่วมด้วย กลุ่มที่ต้านอนุมูลอิสระมี ซีทรัส ไบโอฟลาโวนอยล์ และโคเอ็นไซม์ คิวเท็น ช่วยขับอนุมูลอิสระจากการออกำลังกายนานๆได้ดีขึ้น และผิวไม่โทรม

Q: กระบวนการทำงานของ ไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน เป็นอย่างไร..?

A:  ปกติใน 1 วันร่างกายเผาผลาญพลังงานประมาณ 2,000 Cal แต่ พลังงานที่เผาผลาญจะเป็นพลังงานสะสมที่ตับ (ไกลโคเจน) และพลังงานจากอาหารที่รับประทานไม่มีการนำไขมันมาเผาผลาญ ในกรณีที่ทาน ไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน ก่อนอาหารเช้า 1-2 แคปซูลในวันนั้น ร่างกายจะสามารถดึงไขมันไปใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น

Q: ทานตอนไหนดีที่สุด..?

A:  ทานก่อนออกกำลังกาย 15-30 นาที 1-2 แคปซูล ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายแนะนำให้ทานตอนเช้าก่อนอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่ม Fat Burn ไม่ควรทานตอนเย็นและก่อนนอน เพราะหลังจากที่ทานไปร่างกายใช้พลังงานช่วงนั้นน้อย

Q: ถ้าไม่ออกกำลังกายทานได้มั้ย..?

A: ได้ แต่จะเห็นผลน้อยกว่าทานแล้วออกกำลังกาย และควบคุมอาหารไปด้วย

Q: ใครบ้างที่ทานไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน..?

A: กลุ่มแรก ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬา, นักวิ่ง, นักปั่นจักรยาน, ผู้ที่เล่นเวท และผู้ที่รักการออกกำลังกายทุกประเภท ทานตอนเช้าก่อนอาหาร 2 แคปซูล และก่อนออกกำลังกายตอนเย็นอีก 2 แคปซูล

กลุ่มที่สอง กลุ่มฟิตเนสหลังเลิกงาน ออกกำลังกายเฉลี่ย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ทานก่อนออกกำลังกาย 2 แคปซูล วันไหนที่ไม่ได้ไปฟิตเนสจะทานตอนเช้า 2 แคปซูล

กลุ่มที่สาม ผู้หญิงและผู้ชายวัยทำงาน ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทานก่อนอาหารเช้า 2 แคปซูล ก่อนไปทำงาน

กลุ่มที่สี่ จะทานเฉพาะก่อนออกกำลังกายครั้งละ 2 แคปซูล วันไหนไม่ได้ออกกำลังกายไม่ทาน

กลุ่มที่ห้า ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความอ้วน เคยลองทานผลิตภัณฑ์อื่นแล้วไม่เห็นผล และไม่ได้รับความรู้ที่ถูกต้องจากผู้ขาย กลุ่มนี้ทานก่อนอาหารเช้า 2 แคปซูล และก่อนอาหารกลางวัน 2 แคปซูล เนื่องจากไม่นิยมการออกกำลังกาย แต่ต้องการเห็นผลเร็ว

Q: ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะเริ่มเห็นผล และผลที่ได้รับเป็นอย่างไร..?

A: ผู้ ที่ทานจะรู้สึกปกติ แต่เหงื่อจะออกเร็วและเยอะขึ้นมากกว่าเดิมในเวลาที่ออกกำลังกาย หรือเวลาทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะ สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น สำหรับคนที่ออกกำลังกายใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน น้ำหนักจะลงประมาณ 2-3 kg. สัดส่วนจะกระชับขึ้น เพราะเน้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน การที่เอาเฉพาะไขมันออกจากร่างกายเพียง 2-3 Kg.รูป ร่างจะดูเพรียว มีสัดส่วนอย่างเห็นได้ชัดและรู้สึกได้ด้วยตัวเอง ในคนที่ไม่ออกกำลังกายจะใช้เวลานานกว่านั้น ควรควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวันควบคู่ไปด้วย

Q: โยโย่ (Yo-Yo) มั้ย..?

A: โยโย่ เอฟเฟค เกิดจากการกินยาลดความอ้วน หรือการอดอาหารติดต่อกันเป็นเวลานาน จนระบบเผาผลาญอยู่ในระดับต่ำ ไฮบาลานซ์ วีวิด เอ็กซ์ตร้า พลัส แอลคาร์นิทีน ไม่ใช่ยาลดความอ้วนและไม่มีส่วนผสมจากยาลดความอ้วน ไม่มีฤทธิ์กดประสาทใดๆ ทั้งสิ้น สามารถหยุดทานได้ตลอดเวลา เมื่อน้ำหนักลดลงและรูปร่างดีขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

 

 

 

 

คะแนนรีวิว ( จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น )
ดีมาก
0
ดี
0
พอใจ
0
พอใจน้อย
0
ไม่พอใจ
0
ความคิดเห็น
  • ไม่พบข้อมูล
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
where to buy
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฮบาลานซ์ มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่