1 ชิ้น
   550.-
390.-
3 ชิ้น
   1,650.-
990.-
6 ชิ้น
   3,300.-
1,690.-

Hi-Balanz Reishi Extract

สารสกัดเข้มข้นจากเห็ดหลินจือ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง

 

 ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล

Reishi Extract 300 mg.

                          

ให้สารโพลีแซกคาไรด์ Polysaccharides มากกว่า 30 %     หรือมากกว่า 90 มิลลิกรัม/แคปซูล

และสารไตรเทอร์ปินนอยด์ Triterpenoids มากกว่า 3%       หรือมากกว่า 9 มิลลิกรัม/แคปซูล

 

น้ำหนัก 11.88 กรัม/กล่อง

ขนาด  30 แคปซูล

รับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเย็น

คำเตือน : เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนรับประทาน

อย.เลขที่ 10-1-04741-1-0807

 

(0 review) 
฿390.-
ราคาปกติ   550.-
สั่งซื้อ
คุณจะได้รับ 19.50 คะแนน
การจัดส่งสินค้า
ช่องทางการชำระเงิน
รายละเอียด

Hi-Balanz Reishi Extract 30 Capsules

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากเห็ดหลินจือ 30 แคปซูล

(1 แคปซูล เท่ากับการรับประทานเห็ดหลินจือ 1.5 กรัม

 

Reishi Extract 30 Capsules ขนาด 300 mg.

ให้สารโพลีแซกคาไรด์ Polysaccharides มากกว่า 30 %   หรือมากกว่า 90 มิลลิกรัม/แคปซูล

และสารไตรเทอร์ปินนอยด์ Triterpenoids มากกว่า 3%  หรือมากกว่า 9 มิลลิกรัม/แคปซูล

อย. เลขที่ 10-1-04741-1-0807

 

Reishi Extract สารสกัดจากเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีประวัติอันยาวนาน ในวงการแพทย์แผนจีนเกือบ 30% ของยาสมุนไพรจีนจะต้องมีเห็ดหลินจือเป็นส่วนผสม สาร “Ganoderma Polysaccharide” ในเห็ดหลินจือ มีคุณสมบัติโดดเด่นต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกายช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนระบบการทำงานของตับและไต ซึ่งมีงานวิจัยต่างๆ พบว่าเห็ดหลินจือสีแดง มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด

เห็ดหลินจือเป็นยาจีนโบราณมานานนับพันปี จัดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ  ทำให้มีกำลัง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ สรรพคุณอื่นๆ ได้แก่ ต้านมะเร็ง รักษาโรคของตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย ช่วยย่อย รักษาหลอดลมอักเสบ โรคปอด และโรคข้ออักเสบ

เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออกไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใดๆ ต่อร่างกาย

 

ในเห็ดหลินจือแดงมีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้ ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุลเพิ่มพลังในการป้องกันและบำบัดโรค คืนพลังการฟื้นฟูร่างกายที่ธรรมชาติเคยมอบให้กับมนุษย์  

หากจะอธิบายให้เข้าใจยิ่งขึ้นก็ต้องบอกว่า เห็ดหลินจือแดง สามารถฟื้นฟูอาการป่วยได้หลายโรค ซึ่งในเชิงเภสัชวิทยา เห็ดหลินจือแดงออกฤทธิ์ต่อ 5 ระบบ คือ

  1. ระบบภูมิต้านทาน มีการศึกษาพบว่าในเห็ดหลินจือแดงมีสารโพลีแซคคาไรด์ ที่ช่วยยืดเวลาเสื่อมของเซลล์ นอกจากนี้มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวในการจัดการกับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเซลล์ก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายสามารถจัดการกับอาการผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลดีต่อผู้เป็นภูมิแพ้ เบาหวานที่แผลหายยาก เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง
  2. ระบบหลอดเลือด เห็ดหลินจือแดง มีผลต่อช่วยขยายหลอดเลือด ลดการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว มีผลช่วยลดการเกาะตัวของไขมัน คอเลสเตอรอล หรือเกล็ดเลือดในหลอดเลือด ส่งผลให้ช่วยชะลอความแก่ไม่เพียงแต่ผิวพรรณเต่งตึงเท่านั้น แต่ชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต เป็นต้น โดยเฉพาะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างจากสารสำคัญที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือแดง เช่น Sterols, Ganoderic Acid ที่มีอยู่เฉพาะในเห็ดหลินจือแดงเท่านั้น
  3. ระบบประสาท เห็ดหลินจือแดงจัดเป็นสารปรับสมดุล ซึ่งหมายถึงสารที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพปกติจากสิ่งต่างๆ โดยสามารถลดความตึงเครียดในสมอง ช่วยให้ระบบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองทำงานดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองสูงถึง 1.5 เท่า
  4. ระบบต่อมไร้ท่อ ไม่ว่าจะเป็นต่อมไทรอยด์ ต่อมไทมัส ต่อมหมวกไต ต่อมลูกหมาก และที่มองข้ามไม่ได้ คือ ตับอ่อนที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน พบว่าเห็ดหลินจือแดงมีสารสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆ เกิดความสมดุล เช่น ผู้เป็นเบาหวานเมื่อรับประทานเห็ดหลินจือแดงจะมีสภาวะของร่างกายดีขึ้น ลดอัตราความรุนแรงของสภาวะขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำตาล เป็นต้น ที่สำคัญเห็ดหลินจือแดงมีสารที่ช่วยให้ต่อมใต้สมองหลั่งโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ในขณะที่หลับ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตในเด็กและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในผู้ใหญ่ หรือฟื้นความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่เราได้
  5. ระบบล้างสารพิษ หรือขับสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอวัยวะที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ตับ โดยเห็ดหลินจือแดงจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับ ในการทำหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างน้ำดี ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อย และดูดซึมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขับกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็งและสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ด้วยการขับออกทางระบบขับถ่ายทุกระบบของร่างกาย เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ และทางเหงื่อ เป็นต้น ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย

 

ปริมาณเห็ดหลินจือที่แนะนำในการรับประทาน 

  • เพื่อบำรุงสุขภาพ ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละไม่เกิน 6 กรัม/วัน หรือเห็ดหลินจือสกัดวันละ 0.01-0.5 กรัม / วัน (เท่ากับการรับประทาน Hi-Balanz Reishi Extract วันละ 1 แคปซูลหลังอาหาร)
  • เพื่อบำบัดโรคทั่วไป ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละ 3-6 กรัม/วัน หรือเห็ดหลินจือสกัดวันละ 0.5-2 กรัม/วัน (เท่ากับการรับประทาน Hi-Balanz Reishi Extract วันละ 2-4 แคปซูลหลังอาหาร)
  • เพื่อบำบัดโรคร้ายแรง ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละ 9-15 กรัม/วัน หรือเห็ดหลินจือสกัดวันละ 2 กรัม/วัน (เท่ากับการรับประทาน Hi-Balanz Reishi Extract วันละ 6-10 แคปซูลหลังอาหาร)

การล้างสารพิษ ของเห็ดหลินจือ (Reishi Extract Detoxification)

ความเด่นของเห็ดหลินจือ คือ การล้างพิษ สารสำคัญต่างๆ ในเห็ดหลินจือจะกระจายไปทั่วร่างกาย เพื่อขับไล่พิษ สารพิษ สารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค เช่น กรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็ง หรือสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายด้วยการขับออกทางระบบขับถ่ายทุกระบบของร่างกาย เช่น ทางผิวหนัง ทางปัสสาวะอุจจาระ ทางเหงื่อ เป็นต้น กระบวนการล้างพิษของหลินจือ อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ รู้สึกวูบวาบ ไปทั้งตัว มีไข้ ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ มักจะเกิดตั้งแต่เริ่ม รับประทานหลินจือ เกิดอยู่นาน 3-4 วัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ท่านเข้าใจผิดว่าหลินจือมีผลข้างเคียงหรือมีอาการอันไม่พึงประสงค์แก่ร่างกาย ไม่เป็นผลดีแก่ร่างกาย หากท่านเข้าใจเช่นนั้นก็จะหยุดรับประทาน และเป็นที่น่าเสียดายที่ท่านได้พลาดโอกาสอันสำคัญที่จะรู้จักสมุนไพรอันมหัศจรรย์ชนิดนี้เพราะอาการต่าง ๆ เหล่านี้ จะหายไปเองภายในเวลาประมาณ 2 อาทิตย์หลังจากที่ทานหลินจือติดต่อกันหรือเมื่อหลินจือขับพิษออกจากร่างกายจนร่างกายเริ่มฟื้นฟู และสามารถปรับสภาพในการรับสมุนไพรเข้า สู่ร่างกายได้แล้ว

ดังนั้นผู้รับประทานหลินจือ จึงไม่ควรตกใจและต้องทำความเข้าใจว่าอาการต่างๆที่เกิดขึ้นว่ามิใช่อาการแพ้หรือผลข้างเคียง (Side Effect) ของหลินจือ ไม่ควรหยุดรับประทาน แต่ควรที่จะดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้กระบวนการล้างพิษมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญสำหรับผู้ที่ทานยาแผนปัจจุบันอยู่ไม่ควรหยุดยาของแพทย์ แต่ควรรับประทานหลินจือหลังจากทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประมาณ 1 ช.ม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายในการบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน"

 

 

16 อาการบ่งบอกโรคเมื่อเริ่มทานเห็ดหลินจือ

          1. มีอาการปวดกลาง ศรีษะ ถึงท้ายทอย ร่วมกับอาการมึน - ความดันต่ำ ขาดสารอาหาร ระบบเลือดหล่อเลี้ยงสมองไม่ดี

          2. ปวดขมับ มึนท้ายทอย อาจมีเพียง อาการเดียว หรือทั้ง 2 อาการพร้อมกัน – ความดันสูง

          3. มึนทั้งหัว พร้อมกับเวียนหัวด้วย – ความดันสูงมีไขมันในเส้นเลือดสูง

          4. มีขี้ตาออกเป็นก้อน - สภาวะตับเสื่อม ทำงานขับพิษได้ไม่ดี

          5. น้ำตาไหล เจ็บไหล่ซ้ายมีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย - สภาวะปอดเสื่อม ระบบหายใจไม่ดี

          6. ปวดไหล่ขวา มีขี้ตาออก – สภาวะปอดเสื่อม

          7. น้ำมูกใส ๆ ไหลตลอดประมาณ 3-5 วัน - เป็นภูมิแพ้, โรคไซนัส, ทางเดินหายใจอักเสบ

          8. เสมหะมาก คอแห้งผาก - ระบบหลอดลม, ทางเดินหายใจ มีความสกปรก อุดตัน

          9. หายใจถี่มาก ใจสั่น - มีสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

         10. จุกเสียดลิ้นปี่ หน้าอก - กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็กอักเสบ ระบบดูดซึมไม่ดี

         11. จุกด้านหลัง, ท้องอืด, อึดอัด - ริดสีดวงทวาร การทำงานของระบบขับถ่ายและลำไส้ใหญ่ไม่ดี

         12. ปวดเอว - เป็นโรคไต, ระบบขับถ่ายของเสียไม่ดี

         13. ปวดหัวเหน่า - มดลูก กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากเสื่อม

         14. ปวดสะโพก เข่า ข้อเท้า อย่างมาก - สภาวะกรดยูริคสูง โรคเก๊าท์

         15. ปวดข้อส่วนบน หรือข้อนิ้ว – โรครูมาตอยท์

         16. ปวดร้อนร่างกายท่อนบน ร้อนตัววูบวาบ – ระบบหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี References

References

  • Jones, Kenneth (1990), Reishi: Ancient Herb for Modern Times, Sylvan Press, p. 6.
  • Chinese Herbal Medicine: Materia Medica, Third Edition by Dan Bensky, Steven Clavey, Erich Stoger, and Andrew Gamble (2004)
  • Li YQ, Wang SF (2006). "Anti-hepatitis B activities of ganoderic acid from Ganoderma lucidum". Biotechnol. Lett. 28 (11): 837–841.
  • Hu, Shiu-ying (2006), Food plants of China, Chinese University Press.
  • Smith JE, Rowan NJ, and Sullivan R (2001) Medicinal Mushrooms: Their Therapeutic Properties and Current Medical Usage with Special Emphasis on Cancer Treatments Cancer Research UK, p. 28.
  • Moradali MF, Mostafavi H, Hejaroude GA, Tehrani AS, Abbasi M, Ghods S (2006). "Investigation of potential antibacterial properties of methanol extracts from fungusGanoderma applanatum". Chemotherapy 52 (5): 241–4.
  • Groot, Jan Jakob Maria (1892–1910), The Religious System of China: Its Ancient Forms, Evolution, History and Present Aspect, Manners, Customs and Social Institutions Connected Therewith, Brill Publishers, Vol. IV, p. 307.
  • Medicinal Mushrooms: An Exploration of Tradition, Healing, & Culture (Herbs and Health Series)by Christopher Hobbs (Author), Harriet Beinfield
  • Tr. by Halpern, George M. (2007), Healing Mushrooms, Square One, p. 59.
  • Zhao S, Ye G, Fu G, Cheng JX, Yang BB, Peng C.,"Ganoderma lucidum exerts anti-tumor effects on ovarian cancer cells and enhances their sensitivity to cisplatin." Int J Oncol. 2011 Mar 8;
  • Chen, Shilin (2012). "Genome sequence of the model medicinal mushroom Ganoderma lucidum". Nature Communications 3. doi:10.1038/ncomms1923. Retrieved 24 July 2012.

คะแนนรีวิว ( จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น )
ดีมาก
0
ดี
0
พอใจ
0
พอใจน้อย
0
ไม่พอใจ
0
ความคิดเห็น
  • ไม่พบข้อมูล
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
where to buy
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฮบาลานซ์ มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่