1 ชิ้น
   650.-
490.-
3 ชิ้น
   1,950.-
1,290.-
6 ชิ้น
   3,900.-
2,290.-

Hi-Balanz Lycopene 60 mg.

Hi-Balanz Lycopene 60 mg. 30 Capsules
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไลโคพีน สารสกัดเข้มข้นจากมะเขือเทศบำรุงผิวใส ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB

 

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล

Lycopene 60 mg.
   
วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์  
   

น้ำหนัก 11.4 กรัม/กล่อง

ขนาด 30 แคปซูล

รับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเย็น

คำเตือน : เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนรับประทาน

 

อย.เลขที่ 10-1-04741-1-0744

(0 review) 
฿490.-
ราคาปกติ   650.-
สั่งซื้อ
คุณจะได้รับ 24.50 คะแนน
การจัดส่งสินค้า
ช่องทางการชำระเงิน
รายละเอียด

Hi-Balanz Lycopene 30 Capsules

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไลโคพีน สารสกัดเข้มข้นจากมะเขือเทศ

บำรุงผิวใส ปกป้องผิวจาก UVA และ UVB

(1 แคปซูล เท่ากับการรับประทานมะเขือเทศสุก 15-20 ลูก)

 

 

 

Lycopene ไลโคพีน สารสกัดเข้มข้นจากมะเขือเทศ

ในบรรดาแคโรทีนอยด์ทั้งหมด ไลโคพีน จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ทรงพลังที่สุด ไลโคพีน มีฤทธิ์ที่ดีกว่าแบต้าแคโรทีน และ แอลฟาโทโคฟีรอล ถึง 2 และ 10 เท่า ตามลำดับ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต จึงทำให้ผิวสดใสมีชีวิตชีวา ผิวอมชมพู สุขภาพดี ลดการเกิดฝ้า กระ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ลดการเผาไหม้ของผิวจากแสงแดดได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ ผิวแห้งกร้านทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นดูมีเลือดฝาด ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ไลโคพีนเองได้ ดังนั้นเราจึงต้องรับประทานไลโคปีนเข้าไปจากผักผลไม้ หรืออาหารเสริมสารสกัดจากมะเขือเทศ

Lycopene ไลโคพีน เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และช่วยในการป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย สารไลโคพีนนี้มีประสิทธิภาพเหนือว่าสารเบต้าเคโรทีน และสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์อื่นๆ ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบอีกว่าสารไลโคพีนนั้นสามารถช่วยลดโอกาสความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมากได้มากถึง 21% และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม สามารถป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระทำปฏิกิริยาสร้างแผงที่ผนังเซลล์ที่อาจกลายเป็นเนื้อร้ายในภายหลัง

 

  

ประโยชน์ของไลโคพีน

  • บุคคลที่รับประทานมะเขือเทศบด 40 กรัมต่อวัน ได้รับสารไลโคปีน 16 กรัมต่อวัน จะมีอัตราของอาการ เผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์ลดลง 40% หลัง จากรับประทานมะเขือเทศติดต่อกันนาน 10 สัปดาห์
  • ไลโคปีนช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ผู้เข้ารับการทดสอบที่รับประทานมะเขือเทศในปริมาณสูงที่สุด 10 ครั้งต่อสัปดาห์ มีอัตราเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากต่ำกว่าเมื่อเปรียบ เทียบกับผู้ที่รับประทานน้อยกว่า 1.5 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การรับประทานมะเขือเทศในอัตราสูงจะช่วยลดอัตราการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากทุกประเภท ได้ถึง 35% และลดความรุนแรงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 53%
  • สารสกัดจากมะเขือเทศที่ประกอบด้วยไลโคปีน 30 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในคนไข้ภายหลังจากการรักษา โรคมาแล้ว 3 สัปดาห์
  • ไลโคปีนอาจจะมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยจะลดการเกิดเนื้องอกและยับยั้งการพัฒนา วงจรชีวิตของเซลล์ในช่วงต้นของการเกิดเซลล์มะเร็ง (ระยะ G1) ไลโคปีนอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
  • บุคคลที่มีสารสกัดพลาสมาไลโคปีนที่สูงที่สุดจะมี เปอร์เซ็นต์ของการเกิดการหนาตัวของหลอดเลือด IMT (intima-mediated thickness) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดระยะเริ่มต้นได้ต่ำสุด ถึง 90% ดังนั้นการได้รับไลโคปีนในปริมาณที่สูงอาจช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • การรับประทานไลโคปีนสามารถลดอัตราเสี่ยงของการ เป็นกล้ามเนื้อหัวใจอุดตันต่ำกว่า 60% สำหรับบุคคลที่มีสารสกัดไลโคปีนสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีสารสกัดไลโคปีนต่ำสุดไลโคปีน อาจจะลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสงอาทิตย์

ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ไลโคปีนเองได้ ดังนั้นเราจึงต้องรับประทานไลโคปีนเข้าไปจากผักผลไม้ หรืออาหารเสริม โดยไลโคปีนจะไปกระจายอยู่ทั่วไปในเนื่อเยื่อบริเวณที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่พบการสะสมของไลโคปีนมากที่ต่อมหมวกไต ลูกอัณฑะ และตับ จากการศึกษาวิจัยพบว่าไลโคปีนที่ผ่านกระบวนการใช้ความร้อน (heat processed-lycopene) เช่น การปรุงอาหาร ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าไลโคปีนในธรรมชาติ

นอกจากนั้น การใช้ความร้อนในการประกอบอาหารยังทำให้ไลโคปีนที่อยู่ในผนังเซลล์ของผักและ ผลไม้ละลายออกได้มากขึ้น ทำให้ดูดซึมในระบบย่อยอาหารได้ดีกว่ารับประทานแบบสดถึง 2.5 เท่า ดังนั้นหากจะรับประทานผักและผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับไลโคปีน จึงควรนำผักและผลไม้ไปปรุงให้สุกก่อน

 

References

  • Lycopene: Its role in human health and disease, Rao 'et al.', AGROFood industry hi-tech, July/August 2003
  • Nahum A, Sharoni Y, Prall OW, Levy J, Hirsch K, Watts CK, Danilenko M (2001). "Lycopene inhibition of cell cycle progression in breast and endometrial cancer cells is associated with reduction in cyclin D levels and retention of p27(Kip1) in the cyclin E-cdk2 complexes". Oncogene 20 (26): 3428–436.
  • Armstrong GA, Hearst JE (1996). "Carotenoids 2: Genetics and molecular biology of carotenoid pigment biosynthesis". FASEB J. 10 (2): 228–37.
  • Basu A, Imrhan V (2007). "Tomatoes versus lycopene in oxidative stress and carcinogenesis: conclusions from clinical trials". Eur J Clin Nutr 61 (3): 295–303.
  • Gerster H (1997). "The potential role of lycopene for human health". J Am Coll Nutr 16 (2): 109–26.
  • Giovannucci E, Ascherio A, Rimm EB, Stampfer MJ, Colditz GA, Willett WC (1995). "Intake of carotenoids and retinol in relation to risk of prostate cancer". J. Natl. Cancer Inst. 87 (23): 1767–76.
  • Khan N, Afaq F, Mukhtar H (2008). "Cancer chemoprevention through dietary antioxidants: progress and promise". Antioxid. Redox Signal. 10 (3): 475–510.
  • Di Mascio P, Kaiser S, Sies H (1989). "Lycopene as the most efficient biological carotenoid singlet oxygen quencher". Arch. Biochem.
  • Biophys. 274 (2): 532–8.

 

คะแนนรีวิว ( จากทั้งหมด 0 ความคิดเห็น )
ดีมาก
0
ดี
0
พอใจ
0
พอใจน้อย
0
ไม่พอใจ
0
ความคิดเห็น
  • ไม่พบข้อมูล
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
(0 review) 
where to buy
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฮบาลานซ์ มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่