บทความ
ต้นอ่อนข้าวสาลี (Wheat Grass) บรรเทา 5 โรค แบบปลอดภัย

 

ต้นอ่อนข้าวสาลี (Wheat Grass) บรรเทา 5 โรค เห็นผลลัพธ์แบบปลอดภัย

              โรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรานั้นไม่ใช่ต้นเหตุมาจากปัจจัยภายนอกอย่างเดียวเท่านั้น แต่หลายๆ ครั้งก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเราเองด้วยที่ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายเสื่อมลง รวมทั้งสภาพร่างกายย่ำแย่ ซึ่งต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นได้ชื่อว่าเป็นพืชที่แข็งแกร่งที่สุดในการล้างสารพิษต่างๆ ให้กับร่างกายของคนเราแบบเป็นธรรมชาติ ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสุดยอดคุณประโยชน์ของต้นอ่อนข้าวสาลีกันว่า มันสามารถบรรเทาโรคอะไรได้บ้าง

 

 1. โรคไขข้ออักเสบ

              ต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีคลอโรฟิลล์อยู่มาก ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยบรรเทาโรคไขข้ออักเสบได้เป็นอย่างดี ซึ่งคลอโรฟิลล์นี้จะเข้าไปต่อต้านอาการเจ็บปวดบริเวณข้อต่อของผู้ป่วย ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

 

 2. แผลบนผิวหนัง

              ความสามารถของต้นอ่อนข้าวสาลีนั้นมีมากกว่าที่หลายๆ คนคิดเยอะเลยทีเดียว เพราะมันช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรักษาแผลบนผิวหนังให้ประสานตัวกันได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะบาดแผลชนิดไหนก็หายได้ไวเมื่อร่างกายได้รับต้นอ่อนข้าวสาลี

 

 3. ช่วยล้างพิษให้ตับ

              อย่างที่รู้กันดีว่า ต้นอ่อนข้าวสาลีก็เป็นเหมือนสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยในการดีท็อกซ์ลำไส้ ซึ่งมีผลต่อตับของคนเราด้วย โดยตับนั้นเป็นป้อมปราการด่านแรกที่ช่วยป้องกันสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเมื่อต้นอ่อนข้าวสาลีช่วยในการฟื้นฟูและล้างสารพิษออกจากตับ จึงทำให้ร่างกายของคนเราปลอดภัย และยืดอายุการทำงานให้ตับออกไปอีกนานแสนนาน

 

 4. ป้องกันมะเร็ง

               หนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนทั้งโลกมากที่สุดก็คือ มะเร็ง นั่นเอง ซึ่งคุณสมบัติของต้นอ่อนข้าวสาลีก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษ ทำให้เลือดในร่างกายคนเราบริสุทธิ์และสะอาด ออกซิเจนและเม็ดเลือดแดงก็จะอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคที่คอยยับยั้งการก่อตัวของมะเร็ง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้นอ่อนข้าวสาลีจึงช่วยป้องกันมะเร็งได้

 

 5. บรรเทาโรคเบาหวาน

               สุดท้ายแล้วหนึ่งในโรคที่คนไทยเสี่ยงที่จะเป็นมากที่สุดก็คือ เบาหวาน และต้นอ่อนข้าวสาลีก็มีส่วนช่วยในการรักษาระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ต้องทนทรมานในการปรับค่าน้ำตาลในเลือดอีกต่อไป

 

 

ย้อนกลับ
ย้อนกลับ