ไลโคพีน (Lycopene) สารสกัดจากมะเขือเทศ ช่วยดูแลผิวพรรณได้อย่างไร

ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบมากในมะเขือเทศ และมักถูกนำมาสกัดเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อความงาม โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นการดูแลผิวพรรณและเส้นผมให้ดูมีสุขภาพดี ด้วยบทบาทในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง
มีข้อมูลจากงานวิจัยบางส่วนระบุว่า ไลโคพีนจัดเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความสามารถในการจัดการกับอนุมูลอิสระได้ดี และถูกกล่าวถึงว่าอาจมีศักยภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเบต้าแคโรทีนในบางเงื่อนไขการศึกษา จึงได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มคนที่ต้องการดูแลผิวจากภายในควบคู่ไปกับการดูแลจากภายนอก
ไลโคพีนคืออะไร?
ไลโคพีนเป็นสารให้สีแดงตามธรรมชาติในผักและผลไม้จำพวกมะเขือเทศ แตงโม ฝรั่งสีชมพู และผลไม้สีแดงส้มอีกหลายชนิด จัดอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น
คุณสมบัติที่โดดเด่นของไลโคพีน คือ การเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงแดด มลภาวะ ความเครียด การพักผ่อนน้อย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
ไลโคพีนกับการดูแลผิวพรรณ
เมื่อพูดถึงการดูแลผิว หลายคนมักนึกถึงสกินแคร์ที่ใช้ทาภายนอก แต่ในมุมมองด้านโภชนาการ การดูแลผิวจากภายใน ด้วยการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ได้รับความสนใจ ซึ่งไลโคพีนก็เป็นหนึ่งในสารที่มักถูกพูดถึงบ่อยในประเด็นนี้
1. ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
แสงแดดและรังสี UV เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน และริ้วรอยก่อนวัย ไลโคพีนในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยเสริมการปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระเหล่านั้น
แม้ไลโคพีนจะไม่สามารถทดแทนครีมกันแดดหรือการป้องกันแสงแดดโดยตรงได้ แต่การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากผักผลไม้ให้เพียงพอ เมื่อประกอบกับการใช้ครีมกันแดดและการดูแลผิวอย่างเหมาะสม อาจมีส่วนช่วยเสริมให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นในภาพรวม
2. ดูแลผิวที่ดูหมองคล้ำจากปัจจัยแวดล้อม
สภาพอากาศร้อนจัด มลภาวะ และการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ อาจทำให้ผิวดูอ่อนล้า หมองคล้ำ และไม่สดใสเท่าที่ควร การรับประทานผักผลไม้ที่มีไลโคพีน เช่น มะเขือเทศ ควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอและนอนหลับพักผ่อนให้เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลผิวจากภายในที่หลายคนเลือกใช้
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของผิวพรรณในแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พันธุกรรม การดูแลผิวภายนอก พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสุขภาพโดยรวม
3. การดูแลผิวและเส้นผมแบบองค์รวม
นอกจากด้านผิวพรรณแล้ว ไลโคพีนยังมักถูกกล่าวถึงร่วมกับสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินซี วิตามินอี และคอลลาเจน ในการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมแบบองค์รวม เพราะการมีผิวและเส้นผมที่ดูสุขภาพดี มักเกิดจากการได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุล
ดังนั้น การจะหวังผลจากไลโคพีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ควรใช้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการดูแลตัวเองทั้งด้านโภชนาการ การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการดูแลผิวจากภายนอกควบคู่กันไป
แหล่งอาหารที่มีไลโคพีน
หากต้องการเพิ่มการรับไลโคพีนในมื้ออาหาร สามารถเลือกผักและผลไม้สีแดงส้ม เช่น
- มะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ เช่น น้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ
- แตงโม
- ฝรั่งสีชมพู
- เกรปฟรุตสีชมพู
- ฟักทองและผักสีส้มบางชนิด (แม้จะมีแคโรทีนอยด์อื่นร่วมด้วย)
มีข้อมูลว่า การผ่านความร้อนของมะเขือเทศ เช่น การนำไปตุ๋น ต้ม หรือต้มซอส ร่วมกับน้ำมันเล็กน้อย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคพีนได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการรับประทานมะเขือเทศสดเพียงอย่างเดียว
ไลโคพีนในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของไลโคพีนให้เลือกหลากหลาย ทั้งในรูปแบบแคปซูล เม็ด หรือผสมร่วมกับวิตามินและสารสกัดจากพืชชนิดอื่น เพื่อความสะดวกในการรับประทาน
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจนและผ่านมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้
- อ่านฉลากโภชนาการและปริมาณไลโคพีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภคให้เข้าใจ
- ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำบนฉลากโดยไม่จำเป็น
- ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีบทบาทในฐานะ ตัวช่วยเสริม เท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการรับประทานอาหารหลัก การพักผ่อน หรือการรักษาทางการแพทย์ได้
ดูแลผิวด้วยไลโคพีนอย่างสมดุล
ไลโคพีนเป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณและสุขภาพจากภายใน การรับประทานผักผลไม้ที่มีไลโคพีนร่วมกับสารอาหารที่หลากหลาย ดูแลตัวเองให้ครบทั้งการพักผ่อน การออกกำลังกาย และการป้องกันผิวจากแสงแดดอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การดูแลผิวพรรณเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล*



