แชร์

อะไรคือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังขาด ไลโคพีน (Lycopene) สารสกัดจากมะเขือเทศ

        ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารสีแดงในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบมากในมะเขือเทศและผักผลไม้สีแดงจัด หลายคนอาจเคยได้ยินว่าเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายในด้านการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพโดยรวม

        แม้ร่างกายจะไม่ได้ ขาดไลโคพีน แบบเฉียบพลันเหมือนการขาดวิตามินบางชนิด แต่หากได้รับสารอาหารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อาจเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์ในระยะยาวได้ คำถามคือ จะสังเกตได้อย่างไรว่าร่างกายของเรากำลังได้รับไลโคพีนจากอาหารในชีวิตประจำวันเพียงพอหรือไม่?

        ลองดูสัญญาณเตือนบางประการที่มักถูกกล่าวถึงควบคู่กับภาวะที่ร่างกายอาจได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ

สัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับการได้รับไลโคพีนไม่เพียงพอ

1. ริ้วรอยก่อนวัยอันควร

        ริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก ร่องแก้ม หรือรอยตีนกา ถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้มากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในบางคนอาจเกิดริ้วรอยได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น แสงแดด การพักผ่อน การสูบบุหรี่ ความเครียด รวมทั้งการได้รับสารอาหารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระจากผักผลไม้ (รวมถึงไลโคพีน) ไม่เพียงพอ

        เมื่อร่างกายมีอนุมูลอิสระสะสมมากขึ้น อาจส่งผลต่อเซลล์ผิวหนังทำให้ผิวดูหมอง หย่อนคล้อย และขาดความกระชับได้ การดูแลผิวจึงควรทำทั้งจากภายนอกและภายในควบคู่กันไป

2. ขี้หลงขี้ลืม

        การลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมว่าพูดอะไรไปเมื่อครู่ หรือทำอะไรไปเมื่อไม่นานมานี้ อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่อาการขี้หลงขี้ลืมที่เป็นบ่อยขึ้นหรือรบกวนการใช้ชีวิต อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น อายุที่มากขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม รวมถึงภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารบางกลุ่มไม่สมดุล

        ไลโคพีนเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่มีการศึกษาในด้านการดูแลสุขภาพเซลล์ รวมถึงเซลล์สมอง การรับประทานผักผลไม้ที่มีไลโคพีน ร่วมกับสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อาจช่วยดูแลสุขภาพสมองในภาพรวมได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการหลงลืมผิดปกติหรือรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

3. ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

        เมื่อตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินมาตรฐาน โดยทั่วไปมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหวน้อย น้ำหนักตัวเกิน พันธุกรรม และการทำงานของตับอ่อนและฮอร์โมนอินซูลิน

        มีข้อมูลจากงานวิจัยบางส่วนกล่าวถึงบทบาทของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงไลโคพีน ต่อการปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะหลายระบบ แต่ยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่า การขาดไลโคพีน เป็นสาเหตุโดยตรงของระดับน้ำตาลในเลือดสูง

        หากคุณตรวจพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำด้านการรักษา การควบคุมอาหาร และการปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้การรับประทานไลโคพีนหรืออาหารเสริมใด ๆ แทนการรักษาทางการแพทย์

4. ปัสสาวะบ่อย มีอาการแสบขัด

        อาการปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน รู้สึกแสบขัด ปัสสาวะไม่สุด หรือปัสสาวะออกช้า อาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับหลายภาวะ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การอักเสบของต่อมลูกหมาก หรือความผิดปกติอื่น ๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ

        มีข้อมูลจากงานวิจัยบางส่วนที่กล่าวถึงบทบาทของไลโคพีนในแง่การดูแลสุขภาพต่อมลูกหมาก โดยเน้นไปที่การเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า การขาดไลโคพีน เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย แสบขัด หรือมีเลือดปน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

การดูแลตัวเองและแหล่งอาหารที่มีไลโคพีน

        อาการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของสัญญาณที่ควรหันมาสังเกตสุขภาพของตนเอง และทบทวนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ได้ใช้เพื่อยืนยันว่าคุณ ขาดไลโคพีน โดยตรง เพราะสุขภาพร่างกายได้รับผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน

        ไลโคพีนสามารถได้รับจากอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น มะเขือเทศ แตงโม ฟักทอง และผักผลไม้สีแดง เหลือง ส้มหลากหลายชนิด การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ให้มากขึ้น ร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมได้ดีกว่าการพึ่งพาเพียงสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง

        สำหรับผู้ใหญ่บางกลุ่มที่ต้องการความสะดวก อาจพิจารณาเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของไลโคพีนเพิ่มเติม แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจน ได้มาตรฐาน และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดร่วมอยู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์ได้

*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล*

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ