สรรพคุณสุดเด็ด จากเจียวกู่หลาน

เจียวกู่หลาน สมุนไพรพื้นบ้านที่มีต้นกำเนิดมาจากทวีปเอเชีย ซึ่งรสชาติของพืชชนิดนี้จะมีรสที่ไม่ค่อยน่าลิ้มลองนัก เนื่องจากมีรสที่ค่อนข้างขม สำหรับคนไทยเองนั้นก็จะเรียกพืชชนิดนี้ว่าต้นปัญจขันธ์ ในขณะที่กลุ่มประเทศจีนจะเรียกชื่อของพืชชนิดนี้ว่าเจียวกู่หลาน
ในประเทศจีนได้มีการนำพืชชนิดนี้มาใช้ในทางการแพทย์ หรือเรียกว่าแพทย์แผนจีน เนื่องจากพืชชนิดนี้มีสรรพคุณที่เหมาะสำหรับอาการของผู้ป่วยในบางกลุ่มยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ต้องการดูแลระดับคอเลสเตอรอล ผู้ที่ต้องการควบคุมความดันโลหิต หรือผู้ที่มีอาการไอและมีเสมหะ เป็นต้น เห็นได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณที่สำคัญอยู่มากพอถึงได้กลายเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่สำคัญของทั้งกลุ่มคนในประเทศจีน และได้ขยายนำมาใช้ทั้งในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศไทย ซึ่งจะถูกตั้งชื่อเรียกเปลี่ยนไปตามแต่ละท้องถิ่นที่นำไปใช้
สรรพคุณสุดเด็ดที่ได้จากสารสกัดจากเจียวกู่หลาน
มีส่วนช่วยดูแลระดับคอเลสเตอรอล
โดยคอเลสเตอรอลเป็นหนึ่งในไขมันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย แต่ไม่ใช่เป็นไขมันที่ร่างกายสร้างเองทั้งหมด เพราะว่าคอเลสเตอรอลบางส่วนถูกนำเข้ามาผ่านพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ซึ่งถึงแม้ว่าคอเลสเตอรอลเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากมีมากเกินไปก็มีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดได้ ดังนั้นเจียวกู่หลานจึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรทางเลือก เพื่อช่วยดูแลระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
มีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เจียวกู่หลานจะมีส่วนช่วยเข้าไปกระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลิน ซึ่งอินซูลินจะมีส่วนสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
มีส่วนช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต
ปัญหาของความดันโลหิตเป็นปัญหายอดฮิตที่เกิด และเป็นหนึ่งอาการที่ค่อนข้างอันตราย เจียวกู่หลานจึงถูกใช้เป็นสมุนไพรทางเลือก เพื่อช่วยดูแลและปรับสมดุลความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
มีส่วนช่วยบรรเทาอาการไอและขับเสมหะ
สำหรับคนจีน หากเกิดอาการไอ มีเสมหะ มักนำใบของเจียวกู่หลานมาต้มดื่ม ถึงจะมีรสชาติที่ไม่ดี แต่ก็มีส่วนบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ และมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ อาการปวดหัวไมเกรนได้อีกด้วย
จากข้อมูลข้างต้น นับว่าเป็นสรรพคุณสุดเด็ดที่ได้รับจากสารสกัดจากเจียวกู่หลาน ซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการดูแลสุขภาพหลากหลายด้าน และที่สำคัญเป็นเสมือนการบำรุงร่างกายโดยการใช้พืชจากธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยด้วยสาเหตุของโรค ควรปรึกษาแพทย์ และรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์จึงจะเป็นประโยชน์สูงสุด
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ใช่การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรืออยู่ระหว่างการรักษา ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานสมุนไพร


